หน้าหลัก » บทเรียน » รู้ชนิด - รู้ติดตาม » วัคซีนทางเลือกและวัคซีนรวม

วัคซีนทางเลือกและวัคซีนรวม
อ่าน 1585 ครั้ง

ชื่อวัคซีน: ไข้หวัดใหญ่

VACCINE_INFLUENZA

ประเภทวัคซีน
  • วัคซีนเชื้อตาย ได้แก่ Trivalent inactivated influenza vaccine
  • และเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live-attenuated influenza vaccine) ปัจจุบันประเทศไทยมีเฉพาะวัคซีนเชื้อตาย
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
รูปแบบน้ำ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ปริมาณ 0.5 มล.
ระยะเวลาที่ใช้
ให้ในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป หากฉีดในเด็กอายุน้อยกว่า 9 ปี ให้ 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน หากเริ่มให้ในเด็กที่อายุมากกว่า 9 ปีให้ฉีด 1 เข็ม จากนั้นฉีดซ้ำปีละ 1 ครั้ง จะมีวัคซีนชนิดใหม่ ชื่อการค้า Intanza ให้ฉีดเข้าชั้นในหนังปริมาณ 0.1 มล. ใช้ในคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยคนที่มีอายุ 18-59 ปี ใช้ขนาด 10 มคก./0.1 มล. และคนที่อายุ 59 ปีขึ้นไปใช้ขนาด 15 มคล./0.1 มล.
ข้อห้าม
  • ในคนที่แพ้ไข่แบบรุนแรง ผู้ที่เจ็บป่วยเฉียบพลัน ผู้ที่เป็น Gillian Barre Syndrome ภายใน 6 สัปดาห์
  • และผู้ที่มีอาการรุนแรงภายหลังได้รับวัคซีนครั้งที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัดต้องหยุดยาแล้ว 3 สัปดาห์จึงจะให้ได้
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2 ถึง +8 องศาเซลเซียส ไม่ให้ถูกแสง
ปฏิกิริยาที่พบ
ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยตามตัว
การขึ้นของภมูิคุ้มกัน
ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นหลังฉีดประมาณ 7-14 วันและอยุ่ได้นานประมาณ 1 ปี
ชื่อวัคซีน: ฮิบ (Hib)

VACCINE_Hib

ประเภทวัคซีน
เชื้อตาย ใช้ป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
เป็นวัคซีนรูปแบบน้ำ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 0.5 มล. บางครั้งเป็นวัคซีนที่รวมกับวัคซีนตัวอื่นๆ
ระยะเวลาที่ให้
  • เริ่มฉีดได้ในเด็กอายุ 2 เดือน ให้ฉีด 3 ครั้ง ที่อายุ 2 เดือน 4 เดือนและ 6 เดือน
  • ถ้าเริ่มฉีดในเด็ก 7-11 เดือนให้ฉีดแค่ 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 2 เดือน
  • ถ้าเริ่มฉีดตอนอายุ 1-2 ปี ให้เพียงครั้งเดียว
  • เด็กที่อยู่ nursery เด็กที่ตัดม้าม เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำควรจะฉีดเป็นวัคซีนเสริม
ข้อห้าม
ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีนที่ใช้ทำบาดทะยัก หรือ คอตีบแบบรุนแรง
การเก็บรักษาวัคซีนก่อนและหลังเปิดใช้ :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส เมื่อผสมแล้วต้องใช้ภายใน 24 ชั่วโมง
ปฏิกิริยาที่พบ
ภาวะปวด บวมเฉพาะที่ มีไข้ได้
การขึ้นของภมูิคุ้มกัน
ลดอัตราการเกิดโรคจากฮิบได้มากกว่าร้อยละ 90
ชื่อวัคซีน: นิวโมคอคคัส ชนิดโพลีแซคคาไรด์ (PS23) และชนิดคอนจูเกต (PCV)

VACCINE_PS23_PCV_newmoVACCINE_PS23_PCV_newmo2

ประเภทวัคซีน
เชื้อตาย ใช้ป้องกันโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ streptococcus pneumoniae
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
PS 23 รูปแบบน้ำ ใช้ปริมาณ 0.5 มล.ต่อครั้ง ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ
PCV รูปแบบน้ำปริมาณ 0.5 มล.ต่อครั้ง ฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ
ระยะเวลาที่ให้
  • PS 23 ใช้ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปที่มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อนิวโมคอคคัส เช่นกลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยตัดม้าม และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ให้ฉีด 2 เข็มห่างกัน 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีให้ฉีด 1 เข็ม
  • PCV ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือนและกระตุ้นเมื่ออายุ 12-15 เดือน ทั้งนี้จำนวนครั้งที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับ
    อายุที่เด็กเริ่มฉีดวัคซีน เริ่มที่อายุ 2-6 เดือนให้ 3 เข็ม เริ่มที่อายุ 7-23 ปีให้ 2 เข็ม และเริ่มที่อายุ 2 ปีให้ 1 เข็ม ยกเว้นกลุ่มเสี่ยงให้ 2 เข็ม ไม่แนะนำให้ฉีดในเด็กปกติอายุมากกว่า 5 ปี สำหรับในเด็กกลุ่มเสี่ยงอายุ 6-18 ปี สามารถให้ได้ 2 เข็มและผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี สามารถฉีดได้ 1 ครั้ง
ข้อห้าม
ผู้ที่มีปฏิกิริยารุนแรงในการได้รับครั้งก่อนๆ หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เจ็บป่วยเฉียบพลัน
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส
ชื่อวัคซีน: ไวรัสโรต้า

VACCINE_ROTA

ประเภทวัคซีน
เชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
  • เป็นแบบน้ำให้รับประทาน ปัจจุบันมี 2 ชนิดคือ rotarix มี 1 serotype (monovalent) บรรจุ 1.5 มล.
  • ส่วน rotate บรรจุในหลอดพลาสติกพร้อมให้กิน ปริมาณ 2 มล. มี 5 serotypes (pentavalent)
  • สามารถให้รับประทานพร้อม OPV ได้และหลังหยอดให้กินนมได้
  • ถ้าเป็นไปได้ใน dose แรกควรหยอดห่างจาก OPV ประมาณ 14 วัน แต่ถ้าไม่สะดวกสามารถให้พร้อมกันได้
  • ถ้าหลังให้กินไปแล้ว เด็กอาเจียนหรือบ้วนออกมาไม่แนะนำให้กินซ้ำ
ระยะเวลาที่ให้
  • Rotarix ให้ 2 ครั้งที่อายุ 2 และ 4 เดือน ส่วน rotate ให้ 3 ครั้งที่อายุ 2, 4, และ 6 เดือน
  • ทั้งสองชนิดต้องให้ dose สุดท้ายภายในอายุ 8 เดือน และแต่ละ dose ห่างกันไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์
  • ไม่ควรใช้วัคซีนสลับกันไปมา ควรใช้ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งให้ครบ dose
ข้อห้าม
ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์ และผู้ที่เป็น severe combined immunodeficiency เด็กที่เจ็บป่วยรุนแรง เด็กที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล เด็กที่มีปัญหาภาวะลำไส้กลืนกัน
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส
ปฏิกิริยาที่พบ :
ไข้ เบื่ออาหาร อุจจาระร่วง อาเจียน งอแง แต่พบไม่รุนแรง
การขึ้นของภูมิคุ้มกัน :
ผู้ที่รับวัคซีนยังอาจเป็นโรคได้แต่ไม่รุนแรง สามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ร้อยละ 74
ชื่อวัคซีน: อีสุกอีใส (VAR)

VACCINE_VAR

ประเภทวัคซีน
เชื้อเป็นอ่อนฤทธ์
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
เป็นวัคซีนผงแห้ง ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังครั้งละ 0.5 มล.
ระยะเวลาที่ให้
  • ในเด็กอายุ 1-12 ปี ให้ 2 เข็ม เข็มแรกฉีดเมื่ออายุ 12-18 เดือน เข็มที่ 2 ให้เมื่อ 4-6 ปีหรือมีการระบาด
  • หากจะฉีดก่อนอายุ 4ปี ต้องห่างจากเข็มแรกอย่างน้อยที่สุด 3 เดือน อายุ 13 ปีขึ้นไปให้ 2 เข็ม ห่างกัน 4-8 สัปดาห์
ข้อห้าม
  • ห้ามให้ในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันผิดปกติ ผู้ที่มีเกร็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 เซลล์/ลบ.มม.
  • ผู้ที่ติดเชื้อและมีค่า CD4 น้อยกว่าร้อยละ 15 ผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์
  • ผู้ที่ได้ plasma หรือ immunoglobulin
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่แพ้ neomycin, kanamycin, erythromycin แบบรุนแรง
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส
ปฏิกิริยาที่พบ :
ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดและไข้หลังจากฉีด 5-26 วัน
การขึ้นของภูมิคุ้มกัน :
ในเด็กที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกในช่วงอายุ 1-12 ปี จะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นร้อยละ 90-95 และหลังจากได้รับเข็มที่ 2 ภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 99 ในขณะที่เด็กอายุ 13 ปีจะมีภูมิคุ้มกันจากเข็มแรกเพียงร้อยละ 78 และเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 99 ในเข็มที่ 2
ชื่อวัคซีน: ไวรัสตับอักเสบเอ (HAV)

VACCINE_HBA

ประเภทวัคซีน
เชื้อตาย
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
เป็นวัคซีนผงแห้ง ฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ ปริมาณ 0.5 มล. ยกเว้น Havrix 1440 EU ใช้ในผู้ที่มีอายุ 19 ปีขึ้นไป ใช้ปริมาณ 1 มล.
ระยะเวลาที่ให้
ในเด็กอายุ 1ปีขึ้นไป ให้ 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือนถึง 1 ปี
ข้อห้าม
ห้ามให้ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี คนที่แพ้ Alum หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เจ็บป่วยเฉียบพลัน
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส ผสมแล้วต้องใช้ภายใน 24 ชั่วโมง
ปฏิกิริยาที่พบ :
ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มักจะมีอาการไม่รุนแรง
การขึ้นของภูมิคุ้มกัน :
จะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นสามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 94-100 หลังจากได้ครบ 2 ครั้ง ภูมิคุ้มกันอยู่ได้อย่างน้อย 20 ปีหรือตลอดชีวิต
ชื่อวัคซีน: Human Papillomavirus (HPV)

HPV

ประเภทวัคซีน
มี 2 ชนิด คือ ชนิด bivalent กับ quadrivalent
รูปแบบวัคซีนและขนาดที่ใช้
เป็นวัคซีนที่ฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ ปริมาณ 0.5 มล.
ระยะเวลาที่ให้
  • ให้ 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6 ฉีดในเด็กผู้หญิงอายุ 11-12 ปี ใช้ได้ทั้งสองชนิด
  • ส่วนในผู้ชายฉีดได้ที่อายุ 9-26 ปีใช้ชนิด quadrivalent
  • คนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วสามารถฉีดได้แต่ประสทธิภาพของวัคซีนอาจลดลง
ข้อห้าม
ไม่แนะนำให้ฉีดหญิงตั้งครรภ์
การเก็บรักษาวัคซีน :
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2ถึง +8 องศาเซลเซียส เก็บให้พ้นแสง
ปฏิกิริยาที่พบ :
อาจพบปวด บวม คัน บริเวณที่ฉีด ถ้าฉีดเป็นกลุ่มในโรงเรียนให้ระวังภาวะ อุปาทานหมู่ อาจเป็นลมอ่อนแรงพร้อมๆ กันหลายคน
การขึ้นของภูมิคุ้มกัน :
หลังจากได้ครบ 3 ครั้ง ระดับภูมิคุ้มกันจะสูงถึง 6 ปี ไม่แนะนำให้ฉีดกระตุ้น

vaccinceCompound